5 เรื่องที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเชื้อราในแมว

“เชื้อราในแมว” อาจไม่ได้เป็นแค่ผื่นวงเล็กๆ อย่างที่หลายคนคิด 🐱🦠 เพราะจริงๆ แล้วมีหลายเรื่องเกี่ยวกับเชื้อราที่ทาสแมวส่วนใหญ่ยังไม่รู้! 1. เชื้อรา Dermatophytes แพร่กระจายได้ง่ายมาก

5 เรื่องที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเชื้อราในแมว

“เชื้อราในแมว” อาจไม่ได้เป็นแค่ผื่นวงเล็กๆ อย่างที่หลายคนคิด 🐱🦠
เพราะจริงๆ แล้วมีหลายเรื่องเกี่ยวกับเชื้อราที่ทาสแมวส่วนใหญ่ยังไม่รู้!

1. เชื้อรา Dermatophytes แพร่กระจายได้ง่ายมาก โดยมีช่องทางหลักๆ ดังนี้:

👉🏻 การสัมผัสโดยตรง : เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุด คือการสัมผัสกับแมวหรือสัตว์อื่นที่ติดเชื้อโดยตรง รวมถึงแมวที่เป็น พาหะไม่แสดงอาการ (Asymptomatic Carriers) ที่ลักษณะภายนอกจะดูปกติแต่มีเชื้ออยู่

👉🏻 การสัมผัสทางอ้อม (Fomites) : สปอร์ของเชื้อราสามารถแพร่กระจายผ่านสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อน เช่น ขนแมวที่ร่วงหลุดไปติดอยู่ตามที่นอน แปรงขน เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่เครื่องมือตัดขน สปอร์ของเชื้อรามีความทนทานสูงมาก สามารถมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งได้นานเป็นเดือนหรืออาจนานกว่า 12 เดือน ทำให้มีโอกาสที่แมวจะติดเชื้อซ้ำได้สูงหากสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถูกทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงเพียงพอ

แล้วติดคนได้ไหม? 🤔
คำตอบคือ “ได้” เพราะ Ringworm เป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

อาการในคนมักเป็นผื่นวงแดง คัน คล้ายกลาก
👉🏻 ควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสหรือดูแลน้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

 

2. แมวบางกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อรามากกว่าปกติ 🐱🦠

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ :

✅ ลูกแมวและแมวอายุน้อย: เพราะภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่

✅ แมวขนยาว: เช่น เปอร์เซีย ขนที่หนาแน่นอาจเกิดความอับชื้นและสะสมสปอร์เชื้อราได้ง่าย

✅ แมวภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: เช่น แมวสูงอายุ แมวป่วยเรื้อรัง หรือได้รับยากดภูมิ อาจมีอาการรุนแรงและลุกลามได้มากกว่า

✅ บ้านหรือสถานที่ที่มีแมวหลายตัว: เช่น ฟาร์มหรือศูนย์พักพิง เพราะเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากการอยู่ใกล้ชิดกัน และอาจมี “พาหะไม่แสดงอาการ” แฝงอยู่ 🏠

👉🏻 หากมีแมวติดเชื้อ ควรดูแลเรื่องความสะอาดและแยกของใช้ให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ

 

3. อาการของเชื้อราในแมว

อาการของเชื้อราในแมวมีความหลากหลายและอาจไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งบางครั้งอาจสับสนกับโรคผิวหนังอื่นๆ ได้

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ :
🟥 ขนร่วงเป็นวงกลมหรือเป็นหย่อมๆ (Circular Alopecia) : มักเป็นอาการเด่นที่สังเกตเห็นได้ง่าย โดยบริเวณที่ขนร่วงอาจเห็นผิวหนังแดง ลอก หรือมีสะเก็ด
🟥 ขนหักง่าย หรือดูบางลงผิดปกติ : ขนที่ติดเชื้อจะเปราะและหักง่าย
🟥 มีอาการคันหรือไม่คันก็ได้ : แมวบางตัวอาจมีอาการคันเพียงเล็กน้อยหรือไม่คันเลย แต่บางตัวอาจคันมาก เกาจนเป็นแผลได้
🟥 แมวพาหะไม่แสดงอาการ (Asymptomatic Carriers) : แมวโต โดยเฉพาะแมวขนยาวหลายตัว อาจเป็นพาหะของเชื้อราโดยไม่แสดงอาการทางคลินิกใดๆ แต่ยังคงสามารถแพร่เชื้อไปสู่สัตว์อื่นหรือคนได้
🟥 บริเวณที่พบบ่อย : มักพบรอยโรคบริเวณใบหน้า ใบหู ขา หาง และลำตัว
🟥 แมวขนยาวหรือแมวที่มีความเครียด จะใช้เวลารักษานานกว่าปกติ (Vet Focus, JSMCah)

 

4. การวินิจฉัยและรักษาเชื้อรา ไม่ได้จบแค่ “ทายา” 👨🏻‍⚕️🧼🐱

การวินิจฉัยเชื้อราในแมว สัตวแพทย์มักใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่

🔎 Wood’s Lamp
การส่องไฟ UV เพื่อดูการเรืองแสงของเชื้อรา บางชนิดอาจเรืองแสงสีเขียวอมเหลือง แต่ไม่ใช่ทุกเชื้อจะเรืองแสง จึงยังไม่สามารถใช้ยืนยันผลได้ 100%

🔬 ตรวจกล้องจุลทรรศน์
เก็บขนหรือสะเก็ดผิวหนังมาตรวจหาสปอร์ของเชื้อรา เพื่อค้นหาสปอร์ของเชื้อราที่เกาะอยู่บนเส้นขนเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยได้

🧫 การเพาะเชื้อรา
เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เพราะสามารถยืนยันชนิดของเชื้อราได้โดยตรง แต่ต้องใช้เวลารอผลประมาณ 7–14 วัน หรืออาจนานกว่านั้น

🧬 PCR
เป็นการตรวจหา DNA ของเชื้อรา ให้ผลไวภายใน 1-3 วัน และมีความไวสูง

การรักษา 🐈💊
ส่วนใหญ่มักต้องรักษาร่วมกันทั้ง “ตัวแมว” และ “สิ่งแวดล้อม” เพื่อป้องกันการติดซ้ำ ได้แก่

✅ ยากินฆ่าเชื้อรา เช่น Itraconazole หรือ Terbinafine
✅ ใช้แชมพูหรือยาจุ่มฆ่าเชื้อรา เพื่อฆ่าสปอร์บนเส้นขนและป้องกันการแพร่กระจาย เช่น Lime Sulfur Dips
✅ ตัดขนในบางเคส โดยเฉพาะแมวขนยาว เพื่อช่วยให้ยาภายนอกออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น และลดปริมาณของสปอร์
✅ ทำความสะอาดบ้าน ที่นอน ของเล่น และเครื่องใช้ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของสปอร์

⚠️ สปอร์ของเชื้อราสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน หากทำความสะอาดไม่เพียงพอ อาจทำให้ติดเชื้อซ้ำได้

โดยการรักษาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และควรรักษาต่อเนื่องจนสัตวแพทย์ยืนยันว่าหายขาด 🩺

 

5. วิธีการป้องกันไม่ให้เชื้อราระบาดในบ้าน 🛡️✨

เมื่อมีแมวติดเชื้อรา สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือการ “ควบคุมการแพร่กระจาย” ภายในบ้านร่วมด้วย 🐱🏠

✅ กักแยกแมวที่ติดเชื้อ
เพื่อลดการแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่น รวมถึงลดการปนเปื้อนของสปอร์ในสิ่งแวดล้อม

✅ รักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
ควรดูดฝุ่น ซักผ้า ทำความสะอาดที่นอน ของเล่น และพื้นผิวต่างๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะบ้านที่มีแมวหลายตัว

✅ คัดกรองแมวใหม่ก่อนเข้าบ้าน
แมวบางตัวอาจเป็น “พาหะไม่แสดงอาการ” แม้ภายนอกจะดูปกติ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้

✅ตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ
สังเกตความผิดปกติของผิวหนังและขน หากพบความผิดปกติควรรีบพาพบสัตวแพทย์ทันที 👨🏻‍⚕️

⚠️ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อราในแมว ดังนั้นการดูแลสุขอนามัยและตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก
จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ✨

แนะนำสำหรับคุณ

ค้นหา

สาขารามอินทรา (24 ชั่วโมง)

สาขากรุงเทพกรีฑา (08.00 - 22.00 น.)