ปัญหาโรคผิวหนังในสุนัข

ปัญหาโรคผิวหนังในสุนัขอาจไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุลึกถึงระดับภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือการติดเชื้อ จึงไม่ควรละเลยเมื่อสุนัขเริ่มมีอาการผิดปกติ ❌ 📌ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)● เกิดจากการแพ้สิ่งแวดล้อม

ปัญหาโรคผิวหนังในสุนัข

ปัญหาโรคผิวหนังในสุนัขอาจไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุลึกถึงระดับภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือการติดเชื้อ จึงไม่ควรละเลยเมื่อสุนัขเริ่มมีอาการผิดปกติ ❌

📌ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)
● เกิดจากการแพ้สิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือเชื้อราในอากาศ
● อาการ: คันบ่อยโดยเฉพาะบริเวณหน้า หู เท้า ท้อง ขาหนีบ ผิวแดง เกาไม่หยุด
● การดูแล: หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ ใช้ยาลดคัน หรืออาจต้องใช้ยาระยะยาว บ้างก็ต้องกินตลอดชีวิต
พบได้บ่อยในพันธุ์ที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย เช่น ปั๊ก, โกลเด้น, บูลด็อก, ชิสุห์

📌แพ้น้ำลายหมัด (Flea Allergy Dermatitis)
● สุนัขบางตัวแพ้แม้หมัดกัดแค่ 1–2 ตัว เพราะน้ำลายหมัดกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้
● อาการ: คันหนัก บริเวณโคนหาง หลัง และท้อง มักเกาจนเป็นแผล
● การดูแล: ป้องกันและกำจัดหมัดอย่างสม่ำเสมอ ใช้ยาลดการอักเสบตามอาการ
แม้จะไม่เห็นหมัด ก็ไม่ควรตัดความเป็นไปได้ เพราะหมัด 1 ตัวสามารถทำให้เกิดอาการได้รุนแรงในสุนัขที่แพ้

📌เชื้อราและยีสต์บนผิวหนัง (เช่น Malassezia)
● ยีสต์บางชนิดอยู่บนผิวสุนัขตามปกติโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนัง แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะทำให้เกิดการอักเสบได้
● อาการ: คัน กลิ่นตัวแรง ผิวมัน ขนร่วงเป็นหย่อม
● การดูแล: อาบน้ำด้วยแชมพูยาฆ่าเชื้อยีส ใช้ยาต้านเชื้อในบางกรณี
พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์หูพับหรือผิวหนังย่น เช่น ค็อกเกอร์ สเปเนียล, ชาเป่ย

📌การติดเชื้อแบคทีเรีย (Pyoderma)
● เกิดเมื่อผิวหนังมีแผลหรือรอยเกา แล้วทำให้ผิวหนังอ่อนแอ ติดเชื้อแบคทีเรียได้
● อาการ: มีตุ่มน้ำหนอง ผิวแดง เป็นสะเก็ด ขนร่วง
● การดูแล: ใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะทาง และอาจต้องอาบน้ำฆ่าเชื้อร่วมด้วย
อาจเกิดได้ซ้ำๆ หากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุที่ทำให้คัน และเกาไปด้วย เช่น ภูมิแพ้ หรือฮอร์โมนผิดปกติ

📌โรคขี้เรื้อน (ขี้เรื้อนเปียก Demodex / ขี้เรื้อนแห้ง Sarcoptes)
● เกิดจากไรใต้ผิวหนัง บางตัวติดจากแม่ตั้งแต่แรกเกิด
● อาการ: ขนร่วง ขี้เรื้อนแห้งจะคันมาก ผิวหนา มีสะเก็ด ขี้เรื้อนเปียกอาจไม่คัน
● การดูแล: ใช้ยาหยดหรือยากินฆ่าไร และต้องรักษาต่อเนื่องจนหายขาด
ขี้เรื้อนเปียก Demodex มักไม่คันในช่วงแรก แต่จะลุกลามได้ถ้าระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ในขณะที่ Sarcoptes คันมากจนสุนัขนอนไม่หลับ

📌Hot Spot (แผลเปียกเฉียบพลัน)
● มักเกิดจากสุนัขเกาหรือเลียจุดเดิมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นแผลเปียกอักเสบ
● อาการ: ผิวเปื่อย แดง มีหนอง มีกลิ่น
● การดูแล: ตัดขนบริเวณนั้น ล้างแผล ใช้ยาฆ่าเชื้อ และหยุดพฤติกรรมเกา/เลีย
พบได้บ่อย ในฤดูร้อนหรือในสุนัขขนยาวที่เปียกชื้นบ่อย เช่น หลังว่ายน้ำหรืออาบน้ำแล้วไม่ได้เป่าแห้ง

📌ภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น (Systemic or Hormonal Disorders)
● ภาวะขาดไทรอยด์ และโรค Cushing’s
● ส่งผลให้ขนร่วง ผิวหนังบาง อักเสบ
● การดูแล: ทานยาปรับฮอร์โมนต่อเนื่อง
ควรเฝ้าระวังในสุนัขสูงวัย เพราะโรคเหล่านี้มักพบในช่วงอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป

📍ข้อควรทำเมื่อพบว่าสุนัขมีปัญหาผิวหนัง
✨พาไปพบสัตวแพทย์คลินิกผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
✨ห้ามใช้ยาคนกับสุนัขเด็ดขาด
✨ควบคุมหมัด-เห็บตลอดปี
✨ให้อาหารที่ดีต่อสุขภาพผิว เช่น มีโอเมก้า 3,6
✨สังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นซ้ำเดิม และอย่าหยุดยาเองถ้าไม่ได้รับคำแนะนำ

หลีกเลี่ยงการอาบน้ำบ่อยเกินไป โดยเฉพาะด้วยแชมพูคน เพราะอาจทำลายความชุ่มชื้นของผิวหนังสุนัข
หมั่นสังเกตผิวหนังระหว่างอาบน้ำหรือแปรงขน เพื่อจับอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

แนะนำสำหรับคุณ

ค้นหา

สาขารามอินทรา (24 ชั่วโมง)

สาขากรุงเทพกรีฑา (08.00 - 22.00 น.)